Foreign Domestic Helper Corner มุมผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ

ยินดีต้อนรับ

หน้าหลักให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติในฮ่องกง(FDHs) รวมถึงนโยบายเกี่ยวกับการนำเข้า FDHs สิ่งพิมพ์และเอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของ FDHs และนายจ้างภายใต้กฎหมายแรงงาน และสัญญาจ้างงานมาตรฐานสำหรับการว่าจ้าง FDHs ทั้ง FDHs และนายจ้างควรอ่านข้อมูลในเว็บไซต์นี้ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องก่อนทำสัญญาหรือระหว่างการจ้างงาน

ขณะที่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงไม่ได้กำหนดว่านายจ้างจะต้องจ้าง FDHs ผ่านบริษัทจัดหางานหรือ FDHs จะต้องได้งานจากบริษัทจัดหางาน (EAs) ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยมากที่คนฮ่องกงใช้ในการจ้าง FDHs ประเทศผู้ส่ง FDHs อาจมีข้อกำหนดดังกล่าวและแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ FDHs และนายจ้างควรอ่านในส่วนของ "การว่าจ้างผ่านบริษัทจัดหางาน" เมื่อใช้บริการของ EAs และการใช้เครื่องมือค้นหาสำหรับการระบุ EA ที่มีใบอนุญาตถูกต้องในฮ่องกง

สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการจ้างงาน FDHs ขอให้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของกรมตรวจคนเข้าเมือง

ข่าวประชาสัมพันธ์ (เผยแพร่เป็นภาษาจีน / ภาษาอังกฤษเท่านั้น)
    


ข้อความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19


กลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะพื้นที่

2021.06.23 ใหม่

รัฐบาลประกาศใช้กลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่ ระงับเที่ยวบินโดยสารจากอินโดนีเซียและปฎิเสธทุกเที่ยวบินโดยสารจากต้นทางนั้น

วันนี้ (23 มิถุนายน) รัฐบาลประกาศใช้กลไกการระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่ ระงับเที่ยวบินโดยสารจากอินโดนีเซีย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ปฎิเสธทุกเที่ยวบินโดยสารทั้งหมดจากอินโดนีเซียที่จะลงจอดในฮ่องกง และอินโดนีเซียจะถูกระบุให้เป็นสถานที่มีความเสี่ยงสูงมากกลุ่ม A1 เพื่อจำกัดบุคคลซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นนานกว่าสองชั่วโมงก่อนเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังฮ่องกง เพื่อหยุดบุคคลจากสถานที่ดังกล่าวจากการเดินทางไปฮ่องกงด้วยการเปลี่ยนเครื่อง

...

วันนี้ (23 มิถุนายน) รัฐบาลประกาศใช้กลไกการระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่ ระงับเที่ยวบินโดยสารจากอินโดนีเซีย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ปฎิเสธทุกเที่ยวบินโดยสารทั้งหมดจากอินโดนีเซียที่จะลงจอดในฮ่องกง และอินโดนีเซียจะถูกระบุให้เป็นสถานที่มีความเสี่ยงสูงมากกลุ่ม A1 เพื่อจำกัดบุคคลซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นนานกว่าสองชั่วโมงก่อนเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังฮ่องกง เพื่อหยุดบุคคลจากสถานที่ดังกล่าวจากการเดินทางไปฮ่องกงด้วยการเปลี่ยนเครื่อง

ภายใต้กลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่ที่มีอยู่ หากในทุกเที่ยวบินโดยสารจากสถานที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหนก็ตาม หากผู้โดยสารทั้งหมดห้าคนขึ้นไปมีผลตรวจโรคจากจุดตรวจคัดกรองเมื่อเดินทางมาถึงยืนยันว่ามีผลเป็นบวกและพบ COVID-19 สายพันธุ์ N501Y หรือไวรัสที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาเจ็ดวัน หรือผู้โดยสารทั้งหมด 10 คนขึ้นไปมีผลตรวจยืนยันเป็นบวก (รวมถึงการตรวจโรคระหว่างการกักตัว) สายพันธุ์ N501Y หรือไวรัสที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาเจ็ดวัน รัฐบาลจะประกาศใช้กฎการป้องกันและควบคุมโรค (กฎว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนและผู้เดินทาง) (Cap. 599H) เพื่อห้ามเที่ยวบินโดยสารทั้งหมดจากสถานที่นั้นลงจอดในฮ่องกง และจะระบุสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่มีความเสี่ยงสูงมากกลุ่ม A1 ภายใต้ Cap. 599H เพื่อจำกัดบุคคลซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นนานกว่าสองชั่วโมงก่อนเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังฮ่องกง เพื่อหยุดบุคคลจากสถานที่ดังกล่าวจากการเดินทางไปฮ่องกงด้วยการเปลี่ยนเครื่อง

เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่มาจากอินโดนีเซียถึงเกณฑ์ข้างต้น รัฐบาลจึงต้องประกาศใช้กลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่ ระงับเที่ยวบินโดยสารจากอินโดนีเซียและกำหนดให้อินโดนีเซียเป็นสถานที่มีความเสี่ยงสูงมากกลุ่ม A1 ในวันที่ 25 มิถุนายน

เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในอินเดีย เนปาล ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ กลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะสถานที่สำหรับสถานที่เหล่านี้จะยังคงเหมือนเดิม

รัฐบาลจะประกาศข้อกำหนดที่ปรับแก้ใหม่ที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎการป้องกันและควบคุมโรค (กฎว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนและผู้เดินทาง) (Cap. 599H) เพื่อบังคับใช้มาตรการข้างต้นในวันที่ 25 มิถุนายน

“รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในสถานที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด การแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน และการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้โดยสารข้ามพรมแดน และจะปรับข้อกำหนดการขึ้นเครื่องและการกักตัวภาคบังคับสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงฮ่องกงจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องตามสถานการณ์” โฆษกรัฐบาลกล่าว

สามารถดูรายละเอียดกลุ่มของสถานที่ที่ระบุข้างต้นและข้อกำหนดการขึ้นเครื่องและการกักตัวภาคบังคับต่าง ๆ ของสถานที่ได้ที่ www.coronavirus.gov.hk/eng/high-risk-places.html.


2021.04.18 

การต่อกรกับโรคระบาดในรูปแบบใหม่ – กลไกระงับเที่ยวบินของผู้โดยสารที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติและนายจ้าง

ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงได้กำหนดทิศทางใหม่ในการต่อสู้กับโรคระบาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 เมษายน) นอกเหนือจากการฟื้นฟูเมืองให้กลับสู่ความเป็นปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นระเบียบตามหลักการของ "วัคซีนบับเบิล" แล้ว มาตรการควบคุมการติดเชื้อจะได้รับการส่งเสริมอย่างมีเป้าหมายซึ่งหนึ่งในนั้นคือการป้องกันการเข้ามาของไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ ยังฮ่องกง

...

ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงได้กำหนดทิศทางใหม่ในการต่อสู้กับโรคระบาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 เมษายน) นอกเหนือจากการฟื้นฟูเมืองให้กลับสู่ความเป็นปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นระเบียบตามหลักการของ "วัคซีนบับเบิล" แล้ว มาตรการควบคุมการติดเชื้อจะได้รับการส่งเสริมอย่างมีเป้าหมายซึ่งหนึ่งในนั้นคือการป้องกันการเข้ามาของไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ ยังฮ่องกง

ในความสัมพันธ์นี้ กระทรวงอาหารและสุขภาพได้ประกาศใช้กลไกระงับเที่ยวบินของผู้โดยสารที่เข้มงวดขึ้นแล้ว (โปรดดูรายละเอียดจากข่าวประชาสัมพันธ์) และการเพิ่มกลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะพื้นที่จะใช้ควบคู่กันไป ภายใต้กลไกที่มีผลตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน หากมีผู้โดยสารตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปในเที่ยวบินจากพื้นที่เดียวกันได้รับการยืนยันจากการตรวจ COVID-19 เมื่อเดินทางมาถึงว่าเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ N501Y (สายพันธุ์ที่น่ากังวลซึงระบุโดยองค์การอนามัยโลก) ภายในระยะเวลาเจ็ดวันหรือแม้แต่ช่วงสั้น ๆ รัฐบาลจะห้ามไม่ให้เที่ยวบินผู้โดยสารทั้งหมดจากพื้นที่นั้นลงจอดในฮ่องกงเป็นระยะเวลา 14 วัน ในขณะเดียวกันรัฐบาลจะกำหนดให้พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมากภายใต้ Cap. 599H เพื่อจำกัดบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้นเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมงก่อนเที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังฮ่องกงเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลจากพื้นที่ดังกล่าวเดินทางมาถึงฮ่องกงโดยการเปลี่ยนเครื่อง หลังจากผ่านไป 14 วันพื้นที่ดังกล่าวที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมากและเที่ยวบินของผู้โดยสารที่จากพื้นที่นั้นเดินทางไปยังฮ่องกงจะกลับมาดำเนินอย่างปกติต่อได้ บุคคลในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งปฏิบัติตามข้อกำหนดในการขึ้นเครื่องสามารถขึ้นเที่ยวบินไปฮ่องกงได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องได้เข้ารับการกักตัวภาคบังคับเป็นเวลา 21 วันเมื่อเดินทางมาถึงฮ่องกง

เหตุใดฉันในฐานะเลขาธิการว่าการแรงงานและสวัสดิการจึงเห็นความจำเป็นในการขอความสนใจจากสาธารณชนให้ร่วมมือกับกลไกที่รัดกุมนี้ หากดูการแพร่กระจายของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันติด COVID-19 ซึ่งเผยแพร่โดยศูนย์คุ้มครองสุขภาพของกรมอนามัยในแต่ละวันจะสังเกตได้ว่าผู้ป่วย COVID-19 ที่นำเข้าล่าสุดทั้งที่ได้รับการยืนยัน/ต้องสงสัยนั้น ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากเที่ยวบินจากบางประเทศ/พื้นที่ รวมทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียซึ่งเป็นแหล่งที่มาของผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติ (FDHs) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ร้ายแรงในฟิลิปปินส์เมื่อเร็ว ๆ นี้มีโอกาสสูงที่ผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติจากพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากกลไกระงับเที่ยวบินเฉพาะพื้นที่ใหม่

FDHs ประมาณ 100 คนโดยเครื่องบินเดินทางมายังฮ่องกงทุกวันในเดือนเมษายน ในกรณีที่กลไกการระงับเที่ยวบินเฉพาะพื้นที่ถูกใช้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจเจอข้างต้นของผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่เดินทางเข้าประเทศ พื้นที่ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันจะถูกห้ามลงจอดในฮ่องกงเป็นระยะเวลา 14 วันซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ FDHs มากกว่าหนึ่งพันคนและนายจ้างของพวกเขา ไม่เพียงแต่ FDHs ที่เพิ่งได้รับการว่าจ้างใหม่จะถูกล่าช้าจากการเดินทางมาถึงฮ่องกง แต่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดเพื่อพักร้อนก็อาจติดปัญหาได้เช่นกัน แต่เพื่อเอาชนะในการต่อสู้กับโรคระบาด หน่วยงานด้านสุขภาพของเราจำเป็นต้องคุมกลไกการระงับเที่ยวบินให้รัดกุม เราจึงขอเตือนให้ FDHs นายจ้างและบริษัทจัดหางานวางแผนล่วงหน้า กระทรวงแรงงานได้ติดต่อไปยังสถานกงสุลใหญ่ของประเทศผู้ส่ง FDH รายใหญ่ในฮ่องกง FDH และกลุ่มนายจ้างตลอดจนสมาคมจัดหางานต่าง ๆ เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการดำเนินการตามกลไกใหม่และเพื่อเผยแพร่ข้อความดังกล่าวอย่างกว้างขวางด้วย เพื่อส่งข่าวไปยังนายจ้างและ FDHs อย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมการล่วงหน้า

การเลื่อนการส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิด

รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อสนับสนุน FDHs และนายจ้างของพวกเขาในการรับมือกับการระบาดตั้งแต่ต้นปี 2020 เพื่อลดความจำเป็นของ FDHs ในการเข้าและออกจากฮ่องกง นายจ้างได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการมีผลบังคับใช้ของสัญญาที่มีอยู่กับ FDHs ขาออกของพวกเขา สำหรับสัญญา FDH ทั้งหมดที่จะหมดอายุในหรือก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2021 กรรมาธิการแรงงานได้ให้ความยินยอมในหลักการขยายระยะเวลาการจ้างงานเป็นระยะเวลาสูงสุดสามเดือนภายใต้ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและ FDH นอกจากนี้เรายังได้ยืดหยุ่นในการเลื่อนการส่งกลับของ FDHs ไปยังประเทศบ้านเกิด หาก FDH ไม่สามารถกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตนได้ภายในระยะเวลาเลื่อนออกไปหนึ่งปีแรก เขา/เธอขอยื่นคำร้องต่อกรมตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอขยายระยะเวลาการพำนักต่อไปได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำไว้กับนายจ้างจนกระทั้งการสิ้นสุดสัญญาของเขา/เธอ เพื่อให้เขา/เธอกลับไปยังประเทศบ้านเกิดที่ต้นทางภายในระยะเวลาดังกล่าว เราได้ประกาศขยายการจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว (29 มีนาคม)

การเลื่อนการส่งกลับข้างต้นต้องเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างและ FDH เราขอขอบคุณที่ FDHs ยินดีที่กลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตนเพื่อรวมตัวกันเป็นครอบครัว เนื่อง FDHs ส่วนใหญ่ที่ได้ทำสัญญาและต่อสัญญาใหม่ในต้นปี 2020 ไม่มีโอกาสได้กลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเป็นเวลาสองหรือสามปี ในทางกลับกันนายจ้างมีความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอุปสรรคใด ๆ ที่ FDHs ต้องเผชิญในระหว่างการเดินทางกลับบ้านจากและไปฮ่องกง ฉันเรียกร้องให้ FDHs และนายจ้างของพวกเขาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเคารพและความเข้าใจซึ่งกันและกันสำหรับการจัดเตรียมที่เหมาะสมนี้

มาฉีดวัคซีนกัน

ในกรณีที่ FDHs จำเป็นต้องกลับบ้านในช่วงเวลานี้ นายจ้างควรสนับสนุนให้พวกเขาได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางออกจากฮ่องกง การทำเช่นนั้นไม่เพียง แต่ FDHs จะปกป้องตัวเองนายจ้างและเพื่อนของพวกเขาในฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวและเพื่อนที่บ้านของพวกเขาด้วย วัคซีนยังคงมีอยู่อย่างเข้มงวดในหลายแห่ง ในฮ่องกงเรามั่นใจว่ามีวัคซีนเพียงพอซึ่งให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จริง ๆ แล้ว FDHs นั้นจัดเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิ์ฉีดวัคซีนก่อน ฉันเรียกร้องให้ FDHs และนายจ้างใช้โอกาสนี้ฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด

กรมแรงงานได้เผยแพร่แผ่นพับเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเป็นภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาของ FDH หลัก ๆ (รวมถึงภาษาตากาล็อกและภาษาอินโดนีเซีย) และแจกจ่ายให้กับ FDHs ผ่านช่องทางต่าง ๆ แผ่นพับมีอยู่ในพอร์ทัลเฉพาะสำหรับ FDH (www.fdh.labour.gov.hk) ของกรมแรงงาน สถานกงสุลใหญ่ฟิลิปปินส์ในฮ่องกงและสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียในฮ่องกงยังมีบทบาทอย่างแข็งขันในการช่วยเหลือการส่งเสริม กรมแรงงานได้ติดต่อประสานงานกับกลุ่มอื่น ๆ แล้วเพื่อเผยแพร่ข้อความที่สนับสนุนให้ FDHs ได้รับการฉีดวัคซีน เช่น ผ่านเฟสบุ๊คและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียออนไลน์อื่น ๆ ของกลุ่ม FDH หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของชาวฟิลิปปินส์และชาวอินโดนีเซียที่ FDHs อ่านและหน้าเฟสบุ๊คของตน แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอีวอลเลทที่ FDHs ใช้บ่อย องค์กรพัฒนาเอกชนที่สนามบินและโบสถ์

ภาคผนวก: โครงการฉีดวัคซีน COVID-19


2021.04.18 

Government invokes place-specific flight suspension mechanism

The Government announced today (April 18) the invocation of the place-specific flight suspension mechanism for India, Pakistan, and the Philippines. From 00:00 on April 20, all passenger flights from these places will be prohibited from landing in Hong Kong for 14 days. These places will also at the same time be specified as extremely high-risk Group A specified places under the Prevention and Control of Disease (Regulation of Cross-boundary Conveyances and Travellers) Regulation (Cap. 599H), so as to restrict persons who have stayed in these places from boarding for Hong Kong. The suspension will be effective for 14 days.

...

The Government announced today (April 18) the invocation of the place-specific flight suspension mechanism for India, Pakistan, and the Philippines. From 00:00 on April 20, all passenger flights from these places will be prohibited from landing in Hong Kong for 14 days. These places will also at the same time be specified as extremely high-risk Group A specified places under the Prevention and Control of Disease (Regulation of Cross-boundary Conveyances and Travellers) Regulation (Cap. 599H), so as to restrict persons who have stayed in these places from boarding for Hong Kong. The suspension will be effective for 14 days.

The Government implemented on April 14 the tightened flight-specific suspension mechanism, as well as the new place-specific flight suspension mechanism in parallel. Under the place-specific flight suspension mechanism, if a total of five or more passengers among all flights from the same place, regardless of airline, were confirmed by arrival tests for COVID-19 with the N501Y mutant strain within a seven-day period, the Government would invoke Cap. 599H to prohibit all passenger flights from that place from landing in Hong Kong for 14 days, and would at the same time specify that place as an extremely high-risk place under Cap. 599H to restrict persons who have stayed in that place for more than two hours from boarding passenger flights for Hong Kong for 14 days, so as to prevent persons from the relevant place from arriving at Hong Kong via transit.

A Government spokesman said, “With confirmed cases involving the N501Y mutant strain detected for the first time in the community in Hong Kong, for prudence’s sake, the Government has applied the criteria of the newly implemented place-specific flight suspension mechanism retrospectively for 14 days on places where there had been imported cases confirmed by arrival tests that carried the N501Y mutant strain. India, Pakistan, and the Philippines all had seven-day cumulative number of relevant cases that reached the relevant criteria in the past 14 days, and the Government will therefore invoke the place-specific flight suspension mechanism for these three places.”

The place-specific suspension mechanism for these three places will be effective for 14 days from midnight on April 20. Relevant restrictions will include the prohibition of passenger flights from these places from landing in Hong Kong, as well as specifying these three places as Group A specified places under Cap. 599H to restrict any person who have stayed in these places for more than two hours on the day of boarding or 21 days before that day from boarding for Hong Kong.

At the same time, to enhance the testing of persons returning to Hong Kong from overseas places, the Government will issue a compulsory testing notice for persons who returned to Hong Kong from extremely high-risk places specified under Cap. 599H (that is the current Group A specified places). After completing the compulsory quarantine for 21 days as well as the testing on the 12th and 19th day during quarantine, these persons returning to Hong Kong will also need to self-monitor further for another seven days, and be subject to nucleic acid testing on the 26th day of their return to Hong Kong.

“The Government will continue to closely monitor the development of the global and local epidemic situation, and will further adjust the relevant inbound prevention and control measures as necessary,” the Government spokesman said.


โปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 

กลุ่มที่จัดลำดับความสำคัญของการฉีดวัคซีนได้รับการขยายออกไปให้ครอบคลุมถึงผู้ช่วยแม่บ้าน รวมไปถึงผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ(www.info.gov.hk/gia/general/202103/15/P2021031500626.htm)สำหรับการจองผ่านทางออนไลน์ หรือรายละเอียดอื่น ๆ โปรดเข้าชมบนเว็บไซต์ที่กำหนดไว้สำหรับโปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกันโรค (www.covidvaccine.gov.hk) เว็บไซต์นี้ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เป็นภาษาจีน อังกฤษ ตากาล็อก บาฮาซา อินโดนีเซีย ไทย ฮินดี สิงหล เบงกอล เนปาล และอูรดู


Leaflet on COVID-19 Vaccination Programme
(แผ่นพับเกี่ยวกับโปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกันโรค)
แม่บ้านชาวต่างชาติจะได้รับสิทธิ์พิเศษที่จะได้รับการฉีดวัคซีน
(แม่บ้านชาวต่างชาติจะได้รับสิทธิ์พิเศษที่จะได้รับการฉีดวัคซีน)

วันที่ตรวจสอบล่าสุด 13 April 2021

ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโรคโคโรนาไวรัส (COVID-19)

โปรดคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อผูกพันของการจ้างงาน และสิทธิของนายจ้าง และ FDH ภายใต้กฎหมายการจ้างงาน และสัญญาจ้างมาตรฐาน รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโรคโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19)

FDHs และพนักงานสามารถค้นหาข้อมูลของ “COVID-19 โดยเฉพาะได้บนเว็บไซต์” (www.coronavirus.gov.hk/) เพื่อรับคำแนะนำด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันโรคปอดบวม และการติดเชื้อทางเดินหายใจ เว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลที่เป็นภาษาจีน อังกฤษ ตากาล็อก บาฮาซา อินโดนีเซีย ไทย ฮินดี สิงหล บังคลาเทศ เนปาล และอูรดู

วันที่ตรวจสอบล่าสุด 31 December 2020

2021.06.30 ใหม่

Labour Department continues to set up mobile specimen collection stations to provide COVID-19 testing services for foreign domestic helpers and encourages them to get vaccinated

The Labour Department (LD) announced today (June 30) that mobile specimen collection stations will continue to be set up at popular gathering places of foreign domestic helpers (FDHs) on Sundays in July to provide COVID-19 testing services for FDHs, and encouraged FDHs to get vaccinated as soon as possible to protect their health.

...

The Labour Department (LD) announced today (June 30) that mobile specimen collection stations will continue to be set up at popular gathering places of foreign domestic helpers (FDHs) on Sundays in July to provide COVID-19 testing services for FDHs, and encouraged FDHs to get vaccinated as soon as possible to protect their health.

An LD spokesman said, "The LD will continue to set up mobile specimen collection stations in July at popular gathering places of FDHs to assist FDHs to receive the test voluntarily. No prior appointment is required. We also appeal to all FDHs to get vaccinated as soon as possible to protect their own health and the health of their employers' families and others."

The four mobile specimen collection stations will be set up at Chater Garden in Central (near Exit J2 of MTR Central Station), Hing Fat Street entrance of Victoria Park in Causeway Bay (near Exit A2 of MTR Tin Hau Station), Lai Chi Kok Park entrance (near Exit D of MTR Mei Foo Station) and Tai Ho Road entrance of Tsuen Wan Park (near Exit D of MTR Tsuen Wan West Station). Mobile specimen collection stations are open on Sundays in July (July 4, 11, 18 and 25), from 10am to 5pm. An FDH should bring along his/her Hong Kong identity card or passport, and register his/her personal information on the spot at the government website (www.tgptest.gov.hk. Please select "Non-Government Staff - Foreign domestic helpers") in order to receive an SMS notification of the test result. FDHs will receive an SMS notification of the barcode number of the specimen bottle they collect after registration for reference. If necessary, duty officers can assist the FDH in registration.

The testing agent will provide specimen collection services by combined nasal and throat swab to FDHs receiving the test, and will deliver the specimens to the laboratory for testing. The testing agent will not acquire or retain any personal information of the participants. Participants will be notified of a negative test result via SMS. Positive cases will be referred to the Centre for Health Protection of the Department of Health (DH) for follow-up, and the DH will contact the participant concerned if it is confirmed to be an infection case.

For enquiries, please contact the LD through the dedicated FDH hotline at 2157 9537 (manned by 1823) or by email to fdh-enquiry@labour.gov.hk.


2021.06.28 ใหม่

ขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติและนายจ้างรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

​วันนี้ (28 มิถุนายน) รัฐบาลประกาศว่ามาตรการช่วยเหลือผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติ (FDHs) และนายจ้างเพื่อรับมือกับการระบาดของ COVID-19 จะขยายออกไปโดยมีผลทันที

...

วันนี้ (28 มิถุนายน) รัฐบาลประกาศว่ามาตรการช่วยเหลือผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติ (FDHs) และนายจ้างเพื่อรับมือกับการระบาดของ COVID-19 จะขยายออกไปโดยมีผลทันที

การขยายระยะเวลาของสัญญาว่าจ้างที่มีอยู่

รัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรการก่อนหน้านี้ต่อไปเพื่อให้นายจ้างสามารถขยายระยะเวลาของสัญญาว่าจ้างที่มีอยู่กับ FDHs ที่กำลังจะออกได้ สำหรับสัญญาว่าจ้างกับ FDH ทั้งหมดที่จะหมดอายุในหรือก่อนวันที่ 30 กันยายน 2021 กรรมาธิการกรมแรงงานได้ให้ความยินยอมตามหลักการในการขยายระยะเวลาการจ้างงานตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ของสัญญาว่าจ้างเป็นระยะเวลาสูงสุดสามเดือน ซึ่งการขยายระยะเวลาดังกล่าวเป็นที่ยอมรับโดยนายจ้างและ FDH อย่างไรก็ตาม การยื่นขอขยายระยะเวลาของสัญญาว่าจ้างสำหรับสัญญาที่เคยได้รับการขยายระยะเวลาไปแล้วภายใต้การจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ซึ่งได้ประกาศเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2021 จะไม่ได้รับการพิจารณา

หาก FDH ที่ได้รับการว่าจ้างใหม่ไม่สามารถเดินทางมาฮ่องกงได้ภายในสามเดือนของระยะเวลาซึ่งขยายออกไป และนายจ้างจำเป็นต้องจ้าง FDH ของเขา/เธอที่ยังอยู่ต่อไปเป็นเวลามากกว่าระยะเวลาขยายสามเดือน นายจ้างจะต้องยื่นขอขยายระยะเวลาของสัญญาว่าจ้างกับ FDH ที่ยังอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องเตรียมการล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียม FDHs ที่ได้รับการว่าจ้างใหม่เดินทางมาถึงฮ่องกงภายในสามเดือนของระยะเวลาซึ่งขยายให้กับ FDHs ที่ยังอยู่ และ/หรือจัดให้มีการขยายระยะเวลาชองสัญญาว่าจ้างกับ FDHs ที่ยังอยู่

การเลื่อนการส่งกลับประเทศบ้านเกิด

ภายใต้กลไกที่มีกำลังดำเนินการอยุ่นี้ FDH ที่ได้ต่อสัญญาใหม่กับนายจ้างคนเดิม หรือเนื่องจากการเริ่มสัญญาใหม่กับนายจ้างคนใหม่เมื่อสัญญาที่มีอยู่หมดอายุ ต้องยื่นเรื่องต่อกรมตรวจคนเข้าเมือง (ImmD) เพื่อเลื่อนการส่งกลับประเทศบ้านเกิดไม่เกินหนึ่งปีหลังจากสัญญาที่มีอยู่สิ้นสุดลง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของนายจ้างปัจจุบันหรือนายจ้างใหม่ของเขา/เธอ

เนื่องด้วยการระบาดของไวรัส COVID-19 รัฐบาลจะขยายการจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2020 หาก FDH ไม่สามารถกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของเขา/เธอได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีที่กล่าวข้างต้น เมื่อเขา/เธอตกลงกับนายจ้างแล้ว เขา/เธอต้องยื่นเรื่องต่อ ImmD เพื่อขยายระยะเวลาการพำนักต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาของเขา/เธอ เพื่อให้เขา/เธอสามารถกลับไปยังประเทศบ้านเกิดได้ภายในระยะเวลานั้น

รัฐบาลย้ำเตือนกับนายจ้างและ FDHs ว่าการจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ข้างต้นจะต้องได้รับการตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างและ FDH และข้อกำหนดในการส่ง FDHs กลับไปประเทศบ้านเกิดยังคงมีผลบังคับใช้ นายจ้างต้องจัดเตรียมให้ FDHs ของตนได้เดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดภายในระยะเวลาที่ขยายออกไป

รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปและทบทวนมาตรการข้างต้นและการจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามความจำเป็น

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคและลดการไหลเข้ามาของประชาชน รัฐบาลขอให้ประชาชนเข้าไปที่หน้า "บริการออนไลน์สำหรับผู้ช่วยแม่บ้านต่างชาติ" ของ ImmD ที่เว็บไซต์ www.immd.gov.hk/fdh หรือ แอปพลิเคชั่นมือถือ ImmD เพื่อส่งใบสมัครวีซ่าสำหรับ FDHs เอกสารแจ้งการบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนด และอื่น ๆ ผ่านวิธีการออนไลน์ ในนั้น ImmD ได้แนะนำบริการสมาร์ทรีนิวเวิลที่ทำให้ผู้ที่ยื่นเรื่องสมัครวีซ่าสำหรับว่าจ้าง FDH ผ่านทางออนไลน์ (เช่น การขยายระยะเวลาของสัญญาว่าจ้าง การสิ้นสุดระยะเวลาที่เหลือของสัญญาว่าจ้างปัจจุบัน หรือการเลื่อนส่งประเทศบ้านเกิดตามการจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังกล่าว) สามารถชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าด้วยวิธีการต่าง ๆ เมื่อได้รับอนุมัติจากการสมัครแล้ว และสามารถรับวีซ่าทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องไปที่สำนักงานของ ImmD ดำเนินการตามพิธีการ ซึ่งวิธีการนี้จะสะดวกและประหยัด อีกทั้งลดการเดินทางและร่วมแรงร่วมใจสู้ไวรัสไปด้วยกัน ถ้าต้องการเข้าหน้าเว็บดังกล่าวหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ImmD ลงมือถือ โปรดสแกนรหัส QR (ดูภาคผนวก)

สำหรับการสอบถามเกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ในการจ้างงาน โปรดติดต่อ LD สายด่วนเรื่อง FDH โทร 2157 9537 (บริการโดย 1823) หรือทางอีเมลไปที่ fdh-enquiry@labour.gov.hk อีกทั้ง เว็บไซต์ FDH โดยเฉพาะ (www.fdh.labour.gov.hk) ที่จัดตั้งขึ้นโดย LD ยังให้ข้อมูลและลิงก์ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการว่าจ้างของ FDH หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการขอวีซ่าสำหรับ FDH โปรดติดต่อ ImmD โดยโทรสายด่วน 2824 6111 หรือส่งอีเมลไปที่ enquiry@immd.gov.hk

ภาคผนวก


2020.12.11 

กรมแรงงานเตือนผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ และนายจ้างถึงมาตรการใหม่เกี่ยวกับโรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว

รัฐบาลได้ประกาศในวันนี้ (11 ธันวาคม) ว่าจะมีการใช้มาตรการใหม่โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 0.00 น. 22 ธันวาคม 2020 เพื่อสั่งการให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามาในฮ่องกงจากประเทศอื่น ๆ นอกประเทศจีนจะต้องเข้ารับการกักกันตัวภาคบังคับ 14 วัน ที่ โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว ตามคำแนะนำภายใต้กฎหมายการควบคุม และป้องกันโรค (กฎหมายการขนส่งข้ามเขตแดน และผู้เดินทาง) (มาตราที่ 599H) โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัวสามารถรองรับผู้เดินทางขาเข้าตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นผู้ที่จะต้องทำการกักตัวภาคบังคับเท่านั้น รัฐบาลจะจัดเตรียมการขนส่งที่กำหนดในการส่งผู้เดินทางจากสนามบิน และจัดเตรียมศูนย์รอผลตรวจโรคไปยังโรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการสัมผัสกันในชุนชน

...

รัฐบาลได้ประกาศในวันนี้ (11 ธันวาคม) ว่าจะมีการใช้มาตรการใหม่โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 0.00 น. 22 ธันวาคม 2020 เพื่อสั่งการให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามาในฮ่องกงจากประเทศอื่น ๆ นอกประเทศจีนจะต้องเข้ารับการกักกันตัวภาคบังคับ 14 วัน ที่ โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว ตามคำแนะนำภายใต้กฎหมายการควบคุม และป้องกันโรค (กฎหมายการขนส่งข้ามเขตแดน และผู้เดินทาง) (มาตราที่ 599H) โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัวสามารถรองรับผู้เดินทางขาเข้าตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นผู้ที่จะต้องทำการกักตัวภาคบังคับเท่านั้น รัฐบาลจะจัดเตรียมการขนส่งที่กำหนดในการส่งผู้เดินทางจากสนามบิน และจัดเตรียมศูนย์รอผลตรวจโรคไปยังโรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการสัมผัสกันในชุนชน

โฆษกของกรมแรงงาน (LD) ได้กล่าวว่า "LD กล่าวเตือนให้ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ (FDHs) นายจ้าง และบริษัทจัดหางาน (EAs) รับทราบถึงมาตรการใหม่ดังกล่าว ก่อนที่ FDH ที่เกี่ยวข้องจะทำการเช็คอินขึ้นเครื่องไปยังฮ่องกง FDH ควรยื่นข้อมูลยืนยันการจองห้องพักให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของเที่ยวบินเพื่อขึ้นเครื่องบิน การจองห้องพักควรจะเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 คืน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ FDH ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาถึงฮ่องกง ขอเตือนให้นายจ้าง และ EAs (ถ้ามี) เตรียมการที่จำเป็นให้กับ FDHs ของพวกเขาก่อนล่วงหน้า หาก FDH ไม่สามารถยื่นเอกสารการยืนยันดังกล่าวได้ FDH ดังกล่าวอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินไปยังฮ่องกง FDHs ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการเตือนว่าพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องพัก และไม่ได้รับอนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบในช่วงระยะเวลาการกักตัวภาคบังคับ 14 วัน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ โรงแรมจะจัดหาอาหารให้สามมื้อต่อคนในระหว่างการกักตัว"

"นอกจากนี้ นายจ้างยังได้รับการเตือนให้ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนภายใต้สัญญาจ้างงานมาตรฐานซึ่งรวมไปถึงการแบกรับค่าใช้จ่ายของค่าที่พัก และการมอบเงินช่วยเหลือค่าอาหารให้แก่ FDHs ในระหว่างการกักตัวภาคบังคับของ FDHs" โฆษกได้กล่าวต่อไปว่า

"สำหรับ EAs พวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อการมอบข้อมูลที่ถูกต้องให้กับนายจ้าง และ FDHs พวกเขาควรเตือน และ/หรือให้ความช่วยเหลือนายจ้างในการเตรียมการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัตตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานว่า EA ได้ละเมิดข้อกำหนดในแนวทางปฏิบัติสำหรับบริษัทจัดหางาน EA ที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษ"

มีการอัปโหลดรายชื่อของโรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว และคำถามที่พบบ่อยที่เกี่ยวข้องไปยัง เว็บไซต์เฉพาะเรื่อง เกี่ยวกับ โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว (www.designatedhotel.gov.hk) สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับมาตรการ โปรดโทรติดต่อสายด่วนของกรมอนามัยที่ 2125 1122 สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิ์ และผลประโยชน์ของการจ้างงาน โปรดติดต่อ LD ที่สายด่วนของ FDH ที่กำหนดที่ 2157 9537 (จัดการโดย "1823") หรือทางอีเมลไปยัง fdh-enquiry@labour.gov.hk

เว็บไซต์เฉพาะเรื่อง เกี่ยวกับ โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว

*สำหรับผู้เดินทางที่เดินทางเข้ามาในฮ่องกงในวันที่ 21 ธันวาคม 2020 ผู้เดินทางควรทำการจองโรงแรมที่โรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัวก่อนออกเดินทาง มิเช่นนั้นผู้เดินทางจะได้รับการปฏิเสธในการขึ้นเครื่องบิน สำหรับรายละเอียด โปรดอ้างอิงไปยังข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ "การพัฒนาล่าสุดของ โครงการโรงแรมที่กำหนดให้เป็นที่กักตัว" ซึ่งออกโดยรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2020 (https://www.info.gov.hk/gia/general/202012/13/P2020121300563.htm?fontSize=1).


2020.11.03 

นายจ้างไม่ควรไล่ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติผู้ที่ติดโรค COVID-19 ออกจากงาน

ในวันนี้ (วันที่ 3 พฤศจิกายน) รัฐบาลได้เตือนนายจ้างว่านายจ้างไม่ควรไล่ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ (FDHs) ผู้ที่ติดโรค COVID-19 ออกจากงาน และควรปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมายการจ้างงาน (EO) และสัญญามาตรการการจ้างงาน (SEC) อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

...

ในวันนี้ (วันที่ 3 พฤศจิกายน) รัฐบาลได้เตือนนายจ้างว่านายจ้างไม่ควรไล่ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ (FDHs) ผู้ที่ติดโรค COVID-19 ออกจากงาน และควรปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมายการจ้างงาน (EO) และสัญญามาตรการการจ้างงาน (SEC) อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

โฆษกรัฐบาลได้กล่าวว่า "เราจะขอเตือนนายจ้างว่า นายจ้างไม่ควรบอกเลิก หรือปฏิเสธสัญญาจ้างงานกับ FDH ผู้ที่ติดโรค COVID-19 ภายใต้ EO ห้ามมิให้นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างงานของพนักงานในวันที่พนักงานลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนปกติ ยกเว้นในกรณีของการไล่ออกกระทันหันอันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบร้ายแรงในภายหลัง นายจ้างผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ของ EO เกี่ยวข้องถือว่ากระทำผิดกฎหมาย และเมื่อมีการตัดสินลงโทษแล้วจะต้องเสียค่าปรับสูงสุดจำนวน 100,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้นายจ้างยังจะได้รับการตักเตือนหากมีการละเมิดสัญญาหากนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างงานกับ FDHs หรือมีการละเมิดกฎหมายการเลือกปฏิบัติต่อความทุพพลภาพ (DDO) หากนายจ้างปฏิบัติต่อ FDHs ของตนอย่างไม่เท่าเทียมกัน (เช่น การไล่ FDHs ออก) เนื่องจาก FDHs ได้ติดโรค หรือได้ฟื้นตัวจากโรค COVID-19 แล้วหลังจากที่ FDHs ได้ฟื้นตัวจากโรค COVID-19 แล้ว ขอแนะนำให้นายจ้างจัดเตรียมให้ FDHs ของตนเริ่มกลับมาทำงาน และรักษาความสัมพันธ์ของการจ้างงานด้วยความจริงใจกับ FDHs ของตน"

โฆษกยังได้กล่าวต่อไปว่า "ในขณะที่กำลังจัดการกับเรื่องเกี่ยวกับการจ้าง FDHs ทำงานนั้น นายจ้างควรปฏิบัติตามภาระผูกพัน และข้อกำหนดภายใต้ EO และ SEC โดยที่นายจ้างควรอนุญาตให้มีวันลาป่วย และเงินช่วยเหลือในกรณีเจ็บป่วยให้แก่ FDH ผู้ที่มีสิทธิ์ตาม EO ในกรณี FDH ที่ป่วยมีวันลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนปกติสะสมไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมระยะเวลาของการลาป่วย เราขอร้องให้นายจ้างมีความเห็นอกเห็นใจ และพิจารณาอนุญาตให้ FDH มีวันลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนปกติ ตามข้อ 9(a) ของ SEC ในกรณีที่ FDH เจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บส่วนตัวในระหว่างช่วงเวลาของการจ้างงาน (ยกเว้นในช่วงระยะเวลาที่ FDH เดินทางออกจากฮ่องกงด้วยความตั้งใจของตนเอง หรือวัตถุประสงค์ส่วนตัว) โดยไม่คำนึงว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจากการจ้างงานหรือไม่ก็ตาม นายจ้างจะต้องจัดหาการรักษาทางการแพทย์ฟรีให้กับ FDH"

ในขณะเดียวกัน นายจ้างควรจดจำ และปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรค รวมไปถึงข้อกำหนดที่ทุกคน (รวมไปถึง FDHs) ที่เดินทางเข้ามาในฮ่องกงจากทุกสถานที่นอกประเทศจีนจะต้องทำการกักตัวที่เป็นการบังคับ 14 วัน ภายใต้การบังคับกักตัวบุคคลผู้ที่กำลังเดินทางมาถึงฮ่องกงจากกฎข้อบังคับเกี่ยวกับสถานที่ในต่างประเทศ (มาตราที่ 599E) และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของข้อกำหนดภายใต้การป้องกัน และควบคุมโรค (ข้อบังคับการขนส่งข้ามเขตแดน และผู้เดินทาง) ข้อบังคับ (มาตราที่ 599H) กล่าวคือ หากผู้เดินทางคนหนึ่ง (รวมไปถึง FDHs) ได้พำนักอยู่ในสถานที่ตามที่ระบุไว้ (รวมไปถึง ประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) ในช่วงระยะเวลา 14 วัน ก่อนการเดินทางเข้ามาในฮ่องกง ผู้นั้นจะต้องจัดเตรียมรายงานผลการตรวจที่ออกให้จากห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพที่ได้รับการยอมรับ หรือรับรองจากรัฐบาลของสถานที่นั้นก่อนการขึ้นเครื่องไปยังฮ่องกงเพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้นั้นได้ผ่านการทดสอบกรดนิวคลีอิกสำหรับโรค COVID-19 แล้วโดยที่จะต้องเป็นตัวอย่างที่เก็บได้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทางออกของเครื่องบินไปยังฮ่องกง และผลตรวจออกมาเป็นลบ รวมทั้งการยืนยันการสำรองห้องพักในโรงแรมในฮ่องกงเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่เดินทางมาถึงฮ่องกง รัฐบาลขอเตือนนายจ้างอีกครั้งให้ทำการจัดเตรียม และรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายของการทดสอบกรดนิวคลีอิกที่เกี่ยวข้อง ค่าสถานที่พัก และค่าอาหารระหว่างการกักตัวที่เป็นการบังคับของ FDHs

ในทางกลับกัน รัฐบาลขอเตือน FDHs ไม่ให้ละเมิดข้อตกลงในการบอกเลิกสัญญาก่อนถึงระยะเวลาที่กำหนดเพื่อเปลี่ยนนายจ้าง (เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า เป็นการเปลี่ยนงานบ่อย) กรมตรวจคนเข้าเมือง (ImmD) กำลังเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นใบสมัครขอวีซ่าด้านการจ้างงานที่ได้ยื่นโดย FDHs ผู้ที่อยู่ในฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบสมัครสำหรับการเปลี่ยนนายจ้างจากจากผู้ที่มีสัญญาจ้างงานหมดอายุลงแล้วตามปกติ ในขณะเดียวกัน เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนงานบ่อย ทาง ImmD จะทำการประเมินในระหว่างกรณี และตรวจสอบรายละเอียดของผู้สมัครอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง เช่น จำนวน และเหตุผลของการบอกเลิกสัญญาก่อนถึงระยะเวลาที่กำหนด ในช่วงระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่สงสัยว่าเป็นการเปลี่ยนงานบ่อย ทาง ImmD จะปฏิเสธการสมัครขอวีซ่าด้านการจ้างงาน และขอให้ผู้สมัครเดินทางออกจากฮ่องกง

นายจ้างสามารถเข้าชมพอร์ทัล FDH ที่กำหนดไว้ของกรมแรงงานได้ (www.fdh.labour.gov.hk) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาระผูกพัน และสิทธิของนายจ้าง และ FDHs ภายใต้ EO และ SEC ที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19 สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรค COVID-19 และ DDO นายจ้างสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของกรรมธิการด้านโอกาสได้ (www.eoc.org.hk/EOC/Upload/UserFiles/File/FAQ_COVID-19_Foreign_Domestic_Workers_and_Employers_english.pdf)


2020.07.21

นายจ้างจะต้องลงนามในการดำเนินการในขณะที่กำลังสมัครขอวีซ่าให้กับผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ

ในมุมมองของการพัฒนา และความรุนแรงของสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในฮ่องกงล่าสุด รัฐบาลได้กำหนดข้อกำหนดภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน และการควบคุมโรค (กฎระเบียบว่าด้วยการขนส่ง และผู้เดินทางข้ามพรมแดน) (มาตราที่ 599H กฎหมายฮ่องกง) (www.info.gov.hk/gia/general/202007/18/P2020071800038.htm) เพื่อกำหนดเงื่อนไขตามเหตุผลด้านสาธารณสุขให้กับนักเดินทางผู้ที่เคยเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงสูงบางแห่งตามที่ระบุไว้ (เช่น บังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) ภายใน 14 วัน ก่อนวันที่เดินทางมาถึงฮ่องกงเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 0.00 น. วันที่ 25 กรกฏาคม 2020 และจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม

...

ในมุมมองของการพัฒนา และความรุนแรงของสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในฮ่องกงล่าสุด รัฐบาลได้กำหนดข้อกำหนดภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน และการควบคุมโรค (กฎระเบียบว่าด้วยการขนส่ง และผู้เดินทางข้ามพรมแดน) (มาตราที่ 599H กฎหมายฮ่องกง) (www.info.gov.hk/gia/general/202007/18/P2020071800038.htm) เพื่อกำหนดเงื่อนไขตามเหตุผลด้านสาธารณสุขให้กับนักเดินทางผู้ที่เคยเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงสูงบางแห่งตามที่ระบุไว้ (เช่น บังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) ภายใน 14 วัน ก่อนวันที่เดินทางมาถึงฮ่องกงเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 0.00 น. วันที่ 25 กรกฏาคม 2020 และจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2020 กรมแรงงาน (LD) ได้เตือนให้ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ (FDHs) นายจ้าง และบริษัทจัดหางานรับทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าวผ่านทางการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ www.info.gov.hk/gia/general/202007/18/P2020071800480.htm) สำหรับ FDH ผู้ที่สมัครตามข้อกำหนด FDH จะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้:

1. จดหมาย หรือใบรับรองหนึ่งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีนที่ออกให้โดยห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพที่มีการระบุชื่อ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของ FDH ที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงว่า:
(a) FDH ที่เกี่ยวข้องนั้นได้รับการทดสอบกรดนิวคลีอิกสำหรับโรค COVID-19 และตัวอย่างที่ได้มาจาก FDH ที่เกี่ยวข้องภายใน 72 ชั่วโมงก่อนกำหนดเวลาที่เครื่องบินที่ระบุเดินทางออก
(b) ตัวอย่างที่ได้รับการตรวจกรดนิวคลีอิกสำหรับโรค COVID-19 แล้ว และ
(c) ผลตรวจสำหรับโรค COVID-19 ของ FDH ที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นลบ
2. รายงานต้นฉบับสำหรับการตรวจที่ออกให้โดยห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพที่มีการระบุชื่อ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของ FDH ที่เกี่ยวข้อง
3. จดหมายหนึ่งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีนที่ออกให้โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องของสถานที่ซึ่งห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพตั้งอยู่เพื่อรับรองว่าห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพนั้นได้รับการยอมรับ หรือรับรองจากรัฐบาล และ
4. FDH ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันการจองห้องพักโรงแรมในฮ่องกงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ FDH ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาถึงในฮ่องกงเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีน

นายจ้างควรรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายของการตรวจกรดนิวคลีอิก และค่าใช้จ่ายของสถานที่พัก รวมถึงมอบเงินช่วยเหลือค่าอาหารให้กับ FDHs ของพวกเขาในระหว่างที่กำลังถูกบังคับให้กักตัว

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการข้างต้น แผนกตรวจคนเข้าเมือง (ImmD) จะดำเนินการจัดเตรียมเกี่ยวกับการสมัครขอวีซ่าให้กับ FDH ใหม่ นายจ้างที่กำลังยื่นสมัครของวีซ่าให้กับ FDHs ของพวกเขา (รวมไปถึง การสมัครที่ได้มีการยื่นไปแล้ว แต่รอการอนุมัติ หรือรอการออกวีซ่าให้) จำเป็นจะต้องลงนามรับรองเพื่อระบุว่า พวกเขาจะจัดเตรียมการตรวจโรค COVID-19 และการกักตัวในโรงแรมให้กับ FDHs ของพวกเขา และจะรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเมื่อ FDHs ของพวกเขาเดินทางมาถึงในวันที่ หรือหลังจากวันที่ 25 กรกฏาคม 2020 โดยมีผลบังคับใช้ทันที หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนการรับรอง FDHs ของพวกเขาจะถูกกักตัวไม่ให้เข้าประเทศฮ่องกง และการสมัครของนายจ้างเพื่อการจ้าง FDH ทำงานอาจได้รับการปฏิเสธในอนาคต

สามารถดาวน์โหลดการรับรองได้จากเว็บไซต์ของ ImmD ที่ www.immd.gov.hk/eng/forms/hk-visas/foreign-domestic-helpers.html และรับการรับรองได้ฟรีจากสำนักงานใหญ่ของ ImmD และสำนักงานสาขาของตรวจคนเข้าเมือง

สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับการสมัครขอวีซ่าของ FDH โปรดติดต่อ ImmD ด้วยการโทรไปยังสายด่วนสอบถามที่ 2824 6111 หรือส่งอีเมลไปยัง enquiry@immd.gov.hkสำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิ และผลประโยชน์ในการจ้างงาน โปรดติดต่อ LD ที่สายด่วนของ FDH ตามกำหนดที่ 2157 9537 (จัดการโดย "1823") หรือส่งอีเมลไปยัง fdh-enquiry@labour.gov.hk


2020.07.18

กรมแรงงานเตือนผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ และนายจ้างถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยวไปยังฮ่องกง

รัฐบาลได้ประกาศในวันนี้ (18 กรกฏาคม) ว่า รัฐบาลได้กำหนดข้อกำหนดภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน และการควบคุมโรค (กฎระเบียบว่าด้วยการขนส่ง และผู้เดินทางข้ามพรมแดน) (มาตราที่ 599H) เพื่อกำหนดเงื่อนไขตามเหตุผลด้านสาธารณสุขในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ผู้เดินทางทึ่ขึ้นเครื่องบินของพลเรือนซึ่งมาถึงที่ฮ่องกง หรือกำลังจะมาถึง หรือในระหว่างช่วงระยะเวลา 14 วันก่อนวันดังกล่าวได้พำนักอยู่ในสถานที่ตามระบุไว้แล้ว (เช่น บังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) เดินทางผู้นั้นจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่เลขาธิการด้านอาหาร และสุขภาพระบุไว้ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 0.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม 2020 และจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม

...

รัฐบาลได้ประกาศในวันนี้ (18 กรกฏาคม) ว่า รัฐบาลได้กำหนดข้อกำหนดภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกัน และการควบคุมโรค (กฎระเบียบว่าด้วยการขนส่ง และผู้เดินทางข้ามพรมแดน) (มาตราที่ 599H) เพื่อกำหนดเงื่อนไขตามเหตุผลด้านสาธารณสุขในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ผู้เดินทางทึ่ขึ้นเครื่องบินของพลเรือนซึ่งมาถึงที่ฮ่องกง หรือกำลังจะมาถึง หรือในระหว่างช่วงระยะเวลา 14 วันก่อนวันดังกล่าวได้พำนักอยู่ในสถานที่ตามระบุไว้แล้ว (เช่น บังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) เดินทางผู้นั้นจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่เลขาธิการด้านอาหาร และสุขภาพระบุไว้ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 0.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม 2020 และจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม

กรมแรงงาน (LD) เตือนให้ผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติ (FDHs) นายจ้าง และบริษัทจัดหางาน (EAs) รับทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าว สำหรับ FDH ผู้ที่สมัครตามข้อกำหนด จะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้:

1. จดหมาย หรือใบรับรองหนึ่งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีนที่ออกให้โดยห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพที่มีการระบุชื่อ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของ FDH ที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงว่า:
(a) FDH ที่เกี่ยวข้องนั้นได้รับการทดสอบกรดนิวคลีอิกสำหรับโรค COVID-19 และตัวอย่างที่ได้มาจาก FDH ที่เกี่ยวข้องภายใน 72 ชั่วโมงก่อนกำหนดเวลาที่เครื่องบินที่ระบุเดินทางออก
(b) ตัวอย่างที่ได้รับการตรวจกรดนิวคลีอิกสำหรับโรค COVID-19 แล้ว และ
(c) ผลตรวจสำหรับโรค COVID-19 ของ FDH ที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นลบ
2. รายงานต้นฉบับสำหรับการตรวจที่ออกให้โดยห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพที่มีการระบุชื่อ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางของ FDH ที่เกี่ยวข้อง
3. จดหมายหนึ่งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีนที่ออกให้โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องของสถานที่ซึ่งห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพตั้งอยู่เพื่อรับรองว่าห้องปฏิบัติการ หรือสถาบันด้านการดูแลสุขภาพนั้นได้รับการยอมรับ หรือรับรองจากรัฐบาล และ
4. FDH ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันการจองห้องพักโรงแรมในฮ่องกงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ FDH ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาถึงในฮ่องกงเป็นภาษาอังกฤษ หรือจีน

โฆษกของ LD ได้กล่าวว่า "ก่อนที่ FDH ที่เกี่ยวข้องจะทำการเข้าเช็คอินการบินไปยังฮ่องกงนั้น ควรจัดทำเอกสารดังกล่าวข้างต้นให้กับผู้ควบคุมเครื่องบินสำหรับการขึ้นเครื่อง นายจ้าง และ EAs (ถ้ามี) จะได้รับการเตือนให้เตรียมการที่จำเป็นให้กับ FDHs ของพวกเขาล่วงหน้า หาก FDH ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่เลขาธิการด้านอาหาร และสุขภาพระบุไว้ FDH จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินไปยังฮ่องกง และ FDHs ที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงอาจถูกกักตัวไม่ให้เข้าประเทศฮ่องกงเมื่อเดินทางมาถึงฮ่องกง FDHs ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการเตือนให้อยู่ที่โรงแรมตามที่อยู่ซึ่งได้ระบุไว้ในคำสั่งของการกักตัวในช่วงระยะเวลา 14 วัน ของการบังคับให้กักตัว"

"นายจ้างควรรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายของการตรวจกรดนิวคลีอิกให้กับ FDHs ของพวกเขา นายจ้างที่กำลังสมัครไปยังแผนกตรวจคนเข้าเมือง (ImmD) เพื่อจ้างผู้ช่วยแม่บ้านชาวต่างชาติทำงานจะต้องลงนามรับรองไปยังรัฐบาลโดยทำการระบุว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบต่อค่าใช้งานในการตรวจกรดนิวคลีอิกในขณะที่กำลังจัดเตรียมให้ FDHs ของพวกเขาเข้ามาที่ฮ่องกง ในกรณีที่ FDHs ของพวกเขาได้พำนักอยู่ในสถานที่ตามที่ระบุไว้แล้วในวันที่พวกเขาได้ขึ้นเครื่องบินซึ่งได้เดินทางมาถึงฮ่องกง หรือกำลังจะมาถึง หรือในระหว่างช่วงระยะเวลา 14 วันก่อนวันดังกล่าว หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนการรับรองที่ไม่ตรงตามที่ได้ระบุไว้ ทาง ImmD อาจปฏิเสธการสมัครเพื่อการจ้าง FDHs ทำงานในอนาคตของพวกเขาได้ นอกจากนี้ ยังขอเตือนให้นายจ้างปฏิบัติตามข้อผูกพักภายใต้สัญญาการจ้างงานมาตรฐานของพวกเขา รวมไปถึง การรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายของสถานที่พัก และมอบเงินช่วยเหลือค่าอาหารให้กับ FDHs ในระหว่างการบังคับให้กักตัวของ FDHs" โฆษกได้กล่าวต่อไปว่า

"สำหรับ EAs พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบต่อการระบุข้อมูลที่ถูกต้องให้กับนายจ้าง และ FDH พวกเขาควรเตือน และ/หรือช่วยเหลือนายจ้างในการเตรียมการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง หากพบหลักฐานว่า EA ได้ละเมิดข้อกำหนดในประมวลหลักการปฏิบัติสำหรับบริษัทจัดหางาน EA ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการลงโทษ"

รายชื่อของโรงแรมที่ได้รับอนุญาตจะมีอยู่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานสำนักงานผู้ออกใบอนุญาตของฝ่ายกิจการพลเรือน (www.hadla.gov.hk/cgi-bin/hadlanew/search.pl?client=1&searchtype=1&licenceNo=&name=&address=&room=0&district=0&displaytype=2)ขอเตือนให้นายจ้าง และ EAs ติดต่อกับโรงแรมเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อทำการเลือกโรงแรมเพื่อวัตถุประสงค์ในการกักตัว (หากเป็นไปได้) และอ้างอิงไปยังคำแนะนำด้านการควบคุมการติดเชื้อสำหรับบุคคลภายใต้การบังคับให้กักตัวที่บ้าน (www.chp.gov.hk/files/pdf/infection_control_advice.pdf) ซึ่งออกให้โดยศูนย์คุ้มครองสุขภาพของกรมอนามัย

สำหรับข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิ และผลประโยชน์ในการจ้างงาน โปรดติดต่อ LD ที่สายด่วนของ FDH ตามกำหนดที่ 2157 9537 (จัดการโดย "1823") หรือส่งอีเมลไปยัง fdh-enquiry@labour.gov.hkหากต้องการซักถามเกี่ยวกับการสมัครของวีซ่าของ FDH โปรดติดต่อ ImmD ด้วยการโทรไปยังสายด่วนสอบถามที่ 2824 6111 หรือส่งอีเมลไปยัง enquiry@immd.gov.hk